>>  ข้อมูลของบทเรียนนี้
   >>  บทนำ
   >>  แนวคิดและความหมายชุมชน
   >>  แนวคิดเกี่ยวกับชุมชนในรูปแบบใหม่
   >>  การศึกษาชุมชน
         >>  ความหมายการศึกษาชุมชน
         >>  วัตถุประสงค์ของการศึกษาชุมชน
         >>  ประเภทของการศึกษาชุมชน
         >>  แนวคิดในการศึกษาชุมชน
         >>  มิติ/ประเด็นของการศึกษาชุมชน
         >>  ข้อพิจารณาในการศึกษาชุมชน
   >>  เทคนิคการศึกษาชุมชน
         >>  การประเมินสภาวะชนบทอย่างเร่งด่วน
         >>  การประเมินสภาวะชนบทแบบมีส่วนร่วม
         >>  การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
         >>  การศึกษาวิเคราะห์ระบบชนบท
         >>  การวิเคราะห์ระบบนิเวศเกษตร
         >>  การวิเคราะห์ชุมชนด้วย
               ความละเอียดอ่อน

         >>  เทคนิค  A – I – C 
         >>  SWOT
         >>  เทคนิคการประชุมเชิงปฏิบัติการ
                เพื่อแสวงหาอนาคตร่วมกัน

         >>  กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม
   >>  วิธีการและกระบวนการศึกษาวิเคราะห์ชุมชน
         >>  การสังเกต (Observation)
         >>  การสัมภาษณ์ (Interview)
         >>  การสนทนากลุ่ม (Focus group)
         >>  การใช้ข้อมูลเอกสาร
         >>  การศึกษาแบบผสมผสาน
   >>  เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชน
   >>  การวิเคราะห์ชุมชน
         >>  แนวคิดในการวิเคราะห์ชุมชน
         >>  หลักการวิเคราะห์ชุมชน
         >>  การวิเคราะห์ชุมชนกับการพัฒนา
   >>  เงื่อนไขและขอบเขตการประยุกต์ใช้
   >>  เอกสารอ้างอิง  
   >>  แบบทดสอบท้ายบทเรียน  
   <<  กลับเมนูหลัก

 
 


  8.6  เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชน

           วิธีการและกระบวนการรวบรวมข้อมูลชุมชนดังกล่าว  จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลและหรือเครื่องมือช่วยจำในการศึกษาชุมชน  เพื่อที่จะได้ศึกษา  วิเคราะห์ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์ที่ให้ผู้ศึกษาวิจัยชุมชนได้เห็นภาพและเข้าใจถึงชุมชนในสภาวะและลักษณะต่างๆ  ได้ดีขึ้นและสามารถนำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและเป็นแนวทางในการอ้างอิงได้อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม  ก่อนการนำเครื่องมือต่างๆ  ไปใช้  ผู้ที่ศึกษาวิจัยหรือผู้ทำงานภาคสนามและชุมชน  ควรมีความคิดในเบื้องต้นว่า  ต้องการเก็บข้อมูลในเรื่องอะไร
และทำไมต้องเก็บ  ทั้งนี้เพื่อเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลที่ชัดเจน          ในที่นี้จะนำเสนอเครื่องมือการศึกษา  และการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่หรือชุมชนอย่างเร่งด่วน  ซึ่งเป็นวิธีการแบบมีส่วนร่วมที่ให้โอกาสแก่ชุมชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 
ให้คนทำงานภาคสนามและชุมชนท้องถิ่นมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจที่ดีต่อกัน 
ซึ่งสามารถทำได้รวดเร็ว  ลดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน  และเครื่องมือเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้เห็นประเด็นปัญหาของชุมชนได้อย่างรวดเร็ว  โดยจากการศึกษาของ  แอนดรู  คอร์นิส  นันทา  สิทธิราช  และ  อาแซ  สะยาคะ  (2542 : 1-7)  พบว่ามีกระบวนการต่างๆ  ดังนี้

         เครื่องมือการศึกษา  และเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่อย่างเร่งด่วน
         1.  การทบทวนข้อมูลมือสอง  (Review of Secondary Sources) 
             วิธีการใช้  โดยทั่วไปชุมชนจะมีข้อมูล  เช่น  หนังสือ  รูปภาพ  แผนที่  โฉนดที่ดิน  เอกสารเก่าๆ  เป็นต้น  ที่ได้อธิบายสภาพชุมชนไว้  ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่  หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้นได้  ถ้าเป็นเอกสารเก่าก็ควรนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลใหม่  และควรศึกษาเอกสารว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร  แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์โดยรวมของชุมชนว่าเป็นอย่างไร  และต้องจดบันทึกในรายละเอียดของแหล่งข้อมูล  สถานที่  จากผู้ให้ข้อมูลทันที  โดยไม่นำเอาเอกสารมาเก็บไว้
             ประโยชน์  ข้อมูลมือสองส่วนใหญ่  สามารถให้ข้อมูลที่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับชุมชน  ที่ไม่มีอยู่ในข้อมูลมือสองที่มาจากห้องสมุดหรือหน่วยงานราชการ  ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิการครอบครอง  ชาวบ้านก็จะนำมาอภิปรายและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
             ปัญหา  หรือข้อจำกัด  บางครั้งข้อมูลมือสองให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพสังคมของชุมชนไม่ชัดเจน  และไม่ครอบคลุมทั้งหมด  ถ้าเป็นเอกสารที่มีความอ่อนไหวง่ายหรือทำให้นึกถึงเรื่องเศร้าสลดชาวบ้านก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น
ตัวอย่างการใช้  เช่น  การศึกษามาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัว
         2.  การสังเกตการณ์โดยตรง  (Direct Observation)
             วิธีการใช้  มี  2  วิธี  คือ 
                       1)  การเดินตามทางในหมู่บ้านและบันทึกในเรื่องที่สังเกตเห็น  เช่น  มีบ้านกี่หลัง  วัสดุสร้างบ้าน  เป็นต้น 
                       2)  การสังเกตโดยการเข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับชาวบ้าน  เช่น  การเก็บฟืน  การทำนา  เป็นต้น  ซึ่งเป็นโอกาสที่ได้ซักถามชาวบ้านถึงวัตถุประสงค์  การจัดการของชาวบ้านในเรื่องนั้นๆ  หรือการพัฒนาวิธีการใหม่  ในการทำกิจกรรมของชุมชน
             ประโยชน์  การสังเกตโดยตรง  ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำกว่าการใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์และในบางกรณีสามารถให้ข้อมูลในเชิงปริมาณเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติได้  ทำให้คนทำงานสนามมีโอกาสพบคนที่หลากหลายในชุมชน
ข้อจำกัด  ไม่สามารถทำให้เห็นการกระทำที่ยากแก่การเข้าใจ  เช่น  การทำงานในที่กำบัง  เป็นต้น  ดังนั้นจึงต้องระวังการเข้าไปมีส่วนร่วม  ที่ไม่รบกวนการทำงานของชาวบ้าน
             ตัวอย่างการใช้    เช่น  สถานที่ประชุมของชุมชน  เป็นต้น
          3.  แผนที่วงจรข่าย  (Network Maps)  เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เกิดการค้นหาบุคคลและทรัพยากรต่างๆ  ที่มีอยู่ในชุมชน  ดังภาพประกอบ 19

               

ภาพประกอบ 19  ตัวอย่างแผนที่วงจรข่าย

            วิธีการใช้  แผนที่วงจรเครือข่ายสามารถทำให้เห็นถึง  คน  กลุ่มคน  หรือทรัพยากร
ที่มีอยู่ในชุมชนตามลำดับความสำคัญ  เช่น  เราต้องการทราบว่าใครเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ 
รู้จักและการใช้ยาสมุนไพรในชุมชน  ก็ต้องใช้การวาดภาพแสดงชื่อคนที่มีความรู้  หลังจากนั้นจึงใช้การสัมภาษณ์จะทำให้ทราบถึง  บุคคล  หรือทรัพยากรที่ชาวบ้านเห็นว่ามีความสำคัญหรือเป็นผู้รู้ในเรื่องราวนั้นๆ 
            ประโยชน์  แผนที่วงจรเครือข่ายเป็นวิธีที่เร็วและมีประสิทธิภาพทำให้รู้ว่าใครเป็นผู้ที่มีความรู้  ความสามารถในด้านต่างๆ  หรือรู้ถึงทรัพยากรที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ  และจะเป็นประโยชน์ในการอภิปรายกลุ่มย่อยและในด้านทรัพยากร  แผนที่วงจรเครือข่ายจะช่วยให้เห็นภาพรวมและเป็นแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูล
             ข้อจำกัด  แผนที่วงจรเครือข่าย  ต้องมีผู้ให้ข้อมูลมากพอ  และต้องสอบถามคนที่เหมาะสม
             ตัวอย่างการใช้  เช่น  การค้นหาผู้ ที่มีความรู้และบทบาททางศาสนาในชุมชน
          4.  การสัมภาษณ์  (Interview)
             วิธีการใช้  การสัมภาษณ์เป็นเครื่องที่ดีสำหรับการศึกษาหรือเก็บข้อมูลในเรื่องที่สนใจโดยเฉพาะ  ผู้สัมภาษณ์ควรตั้งประเด็นที่เปิดกว้างและควรถามเช่น  ใคร  อย่างไร  ทำไม 
คิดอย่างไร
             ประโยชน์  การสัมภาษณ์ทำให้ได้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่เจาะลึก  ใช้ในการศึกษาหรือเก็บรวบรวมข้อมูลได้เกือบทุกเรื่องในชุมชน  รวมทั้งหาวิธีในการแก้ไขปัญหาหรือรับมือกับปัญหาของชุมชน
             ข้อจำกัด  ต้องใช้เวลานานในการสัมภาษณ์  และเป็นเวลาที่สะดวกสำหรับชาวบ้าน
          5.  แบบสอบถามอย่างสั้น  (Short Questionnaire)
             วิธีการใช้  เมื่อต้องการเก็บข้อมูลในเรื่องที่เฉพาะเจาะจง  การใช้แบบสอบถามอย่างสั้น  เป็นวิธีการที่ง่าย  รวดเร็วมากกว่าการสัมภาษณ์  หรือการสำรวจ  ให้มีแบบสอบถามที่ตรงประเด็นของเรื่องที่กำหนดไว้
             ประโยชน์  การใช้แบบสอบถามแบบสั้น  สามารถให้ข้อมูลที่เป็นตัวอย่างของข้อมูลทั้งหมด  ในเรื่องที่เราสนใจโดยเฉพาะ  และไม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางสถิติที่ซับซ้อนสามารถทำได้เร็ว  และสะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล
             ข้อจำกัด  ระวังการออกแบบสอบถามที่สั้น  และตรงตามประเด็นที่ตั้งไว้
             ตัวอย่างการใช้  เช่น  ข้อมูลขนาดครัวเรือน  เป็นต้น
          6.  ประวัติบุคคล  (Biography) 
             วิธีการใช้  ประวัติบุคคล  สามารถศึกษาได้จากการสัมภาษณ์  โดยถามถึงช่วงเวลาต่างๆ  ของบุคคลที่ให้ข้อมูล  เช่น  เกิดที่ไหน  ทำงานอะไรบ้าง  ความสัมพันธ์กับคนในชุมชนเป็นอย่างไร  เป็นต้น
             ประโยชน์  ประวัติของบุคคลที่มีอายุมาก  จะแสดงให้เห็นถึงประวัติของชุมชน/พื้นที่  สภาพปัญหาต่างๆ  ที่เกิดขึ้นในชุมชน  ซึ่งจะช่วยให้เห็นถึงการได้รับการบริการจากรัฐ  ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ  ของชุมชน  และสังคม
             ข้อจำกัด  สามารถให้ข้อมูลได้เฉพาะบุคคลเท่านั้น  ข้อมูลที่ได้ไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดได้
             ตัวอย่างการใช้  เช่น  การประกอบอาชีพของชุมชน  เป็นต้น
          7.  การทำประวัติพื้นที่  (Local History) 
             วิธีการใช้  ช่วยในการสรรหาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติของพื้นที่ในชุมชน
             ประโยชน์  การทำประวัติพื้นที่  สามารถแสดงให้เห็นรูปแบบของการตั้งถิ่นฐานในปัจจุบัน  การเมืองท้องถิ่น  การทำงานของคนในท้องถิ่นหรืออื่นๆ  ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีที่ช่วยในการเปรียบเทียบปัจจุบันกับอดีต
             ข้อจำกัด  การรวบรวมข้อมูลประวัติพื้นที่จากหลายๆ  คนทำให้ได้ผลหรือให้ภาพที่ไม่กว้าง  และเป็นการอาศัยข้อมูลจากความทรงจำ  ดังนั้น  อาจจะมีข้อมูลที่ชาวบ้านจำได้ไม่หมด
             ตัวอย่างการใช้  เช่น  การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า  และผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วง  25  ปี  ที่ผ่านมา  เป็นต้น
          8.  เส้นเวลา  (Time Line) 
                 เป็นเทคนิคที่แสดงให้เห็นสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา  ซึ่งจะทำให้เห็นกระบวนการและผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา

2525
2530
2533
2538
2540
2543
มีป่าสมบูรณ์
ป่าลดลง
ป่าลดลงมาก
ป่ามีน้อย
เริ่มฟื้นฟู
ป่าเริ่มมี
มีน้ำพอใช้ตลอดปี
น้ำพอใช้ในหน้าแล้ง
น้ำมีน้อยขาดแคลนน้ำในภาคเกษตร
น้ำไม่พอใช้  เริ่มมีการขัดแย้งการใช้น้ำ
น้ำยังไม่พอใช้  ชาวบ้านหาทางออก
ชาวบ้านร่วมกำหนดการจัดการเรื่องน้ำ


             วิธีการใช้ 
เส้นเวลาเป็นภาพวาดโดยประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลา  ซึ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนใช้ในการแสดงเรื่องราวของบุคคลหรือประวัติพื้นที่และช่วยในการลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
            ประโยชน์  เส้นเวลาทำให้เข้าใจภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ง่าย  และสามารถชี้ให้เห็นจุดที่ชาวบ้านยังไม่มีความชัดเจนในเหตุการณ์นั้นๆ  การเรียงลำดับเหตุการณ์ตามเส้นเวลา  ช่วยมองให้เห็นว่าเหตุการณ์ใด  เหตุการณ์หนึ่ง  มีผลกระทบอย่างไรต่อเหตุการณ์หนึ่ง
            ข้อจำกัด  ข้อมูลตามเส้นเวลาจะขึ้นอยู่กับความทรงจำของผู้ถูกสัมภาษณ์  ดังนั้น 
จึงไม่จำเป็นว่าข้อมูลนั้นๆ  จะเป็นไปตามลำดับเวลาที่ถูกต้อง  ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการหาผู้ให้ข้อมูลหลายๆ  คน
            ตัวอย่างการใช้  เช่น  การติดตามการขยายตัวของป่าชุมชน  เป็นต้น
          9.  การศึกษารายกรณี  (Case Study)
            วิธีการใช้  การศึกษารายกรณี  จะให้รายละเอียดถึงเหตุการณ์ที่สำคัญหรือประเด็น
ที่มีความสำคัญต่อชุมชน  การบันทึกแต่ละกรณีศึกษา  จำเป็นที่ต้องทำการสัมภาษณ์กลุ่มชาวบ้านกลุ่มต่างๆ  และเพื่อความแน่ใจว่าข้อมูลที่ได้มาจากกลุ่มคนที่แตกต่างกัน  ในข้อมูลที่เกี่ยวกับเหตุการณ์  ประวัติบุคคลหรือประวัติชุมชน
            ประโยชน์  การศึกษารายกรณี  ให้ข้อมูลที่สะท้อนบทเรียนที่ได้รับจากพื้นที่  ซึ่งได้แสดงให้เห็นการแก้ปัญหาวิกฤติในอดีตของชุมชนอย่างไร  และวิธีนี้ยังได้แสดงให้เห็นถึงกลไกที่ใช้ในการรับมือกับปัญหาในชุมชน  และวิธีการของชุมชนในการจัดการกับปัญหา
            ข้อจำกัด  อาจทำให้ขาดความแน่ใจในความหลากหลายของข้อมูลและแนวคิดที่ได้มา 
ต้องทำให้มีความชัดเจน
            ตัวอย่างการใช้  เช่น  การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งการใช้น้ำ
นอกจากนี้  แอนดรู  คอร์นิศ  นันทา  สิทธิราช  และอาแซ  สะยาคะ  ยังได้เสนอเครื่องการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเร่งด่วน  เช่น  การวาดแผนที่  (Mapping)  การเดินตามด้านหน้าตัด  (Transect Walk)  แผนภูมิการจัดการองค์การ  (Organization Chart)  แผนภูมิสายงาน  (Flow Charts)  การจัดลำดับความสำคัญ  (Ranking)  การจำแนกประเภท  (Classification)  ปฏิทินตามฤดูกาล  (Seasonal Calendar)  แผนภาพ  (Diagram)  แผนภูมิแสดงปัญหา  (Problem)  เป็นต้น  ซึ่งเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเร่งด่วนเหล่านี้  เป็นการช่วยให้ผู้ศึกษาวิจัย  และชาวชุมชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างความรู้  การศึกษาชุมชนร่วมกัน  ซึ่งผู้ที่จะนำเครื่องมือต่างๆ  นี้ไปใช้ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของเครื่องมือที่จะนำไปใช้ในการเก็บข้อมูล  ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยในครั้งนั้นๆ  ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจในชุมชนอย่างแท้จริง  และเพื่อให้ผู้วิจัยได้ดำเนินงานศึกษาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
         ส่วน  ขนิฏฐา  กาญจนรังษีนนท์  (2541 : 43-52)  ได้เสนอถึงเครื่องมือช่วยจำ  (Conceptual Tools)  สำหรับช่วยบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างในขณะที่ทำ RRA  และ  RSA  โดยเครื่องมือช่วยจำบางชนิดสามารถนำไปใช้ในการทำ  PRA  เพื่อกระตุ้นความคิด  จิตสำนึก  และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล  ข่าวสาร  อันจะนำมาซึ่งการเรียนรู้ระหว่างผู้ศึกษากับคนในชุมชน  เครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีการใช้กัน  และสามารถพัฒนาดัดแปลงวิธีการใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์  เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมยิ่งขึ้น
         เครื่องมือช่วยจำเหล่านี้  จะช่วยในการศึกษาชุมชนได้ดีขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา  โดยมีเครื่องมือ  ดังนี้
                1)  ผังกิจกรรม  (Activity Chart)  เป็นการบันทึกข้อมูลที่ได้จากผู้ให้ข้อมูลลงบนกระดาษเปล่า  โดยวาดภาพสภาพพื้นที่ต่างๆ  ให้ชัดเจน  เป็นต้น
                2)  พฤกษาครอบครัว  (Family Tree)  หรือโครงสร้างครอบครัว  โดยเขียนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว  และรายละเอียดต่างๆ  ของครอบครัว  เช่น  เพศ  อายุ  เป็นต้น
                3)  ปฏิทินแรงงาน  (Labor Calendar)  เป็นการเขียนข้อมูลที่ได้เกี่ยวกับกิจกรรม
การทำเกษตรในแต่ละช่วงเวลาของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง  เป็นต้น
                4)  ปฏิทินฤดูกาล  (Seasonal Analysis)  เป็นภาพปฏิทินที่แสดงข้อมูลด้านต่างๆ 
ของชุมชนอาทิ  ข้อมูลเรื่องน้ำฝน  กิจกรรมที่ทำในชุมชน  เป็นต้น  ที่ทำให้ทราบถึงการทำงานในช่วงเวลาที่สำคัญต่างๆ
                5)  แผนที่ทรัพยากร  (Resource Map)  เป็นแผนที่ที่แสดงขอบเขตของหมู่บ้าน  เส้นทางคมนาคม  แหล่งทรัพยากร  ป่าไม้  พื้นที่การเกษตร  เป็นต้น
                6)  แผนที่หมู่บ้าน  (Village)
                7)  แผนผังเวนน์  (Venn Diagram)  แผนที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนหรือสถาบัน
                8)  เครื่องมือกราปป์  (Grapp Method)  เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับกลุ่มคนที่อ่านหนังสือไม่ออกที่แสดงด้วยภาพวาดของสิ่งต่างๆ  ที่แสดงให้เห็นถึงความหมายของสิ่งๆ  นั้น
                9)  แผนที่ภาพตัดขวาง  (Transect Map)  เป็นการวาดภาพแสดงลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่เกี่ยวกับสภาพทางกายภาพและชีวภาพ
                10)  แผนที่ภาพตัดขวางแต่ละช่วงเวลา  (History Transect Map)  เป็นการวาดภาพ
แสดงสภาพภูมิประเทศและการใช้ที่ดินของพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา
                11)  แผนที่ทางสังคม  (Social Map)
                12)  แผนผังการถ่ายเททรัพยากรชีวภาพ  (Bio – resource Flow)  เป็นการแสดงภาพจำลองการถ่ายเททรัพยากรชีวภาพระหว่างกิจกรรมการเกษตรประเภทต่างๆ ของเกษตรกร
                13)  แผนผังการถ่ายเททรัพยากรระหว่างหมู่บ้าน  (Village Resource Flow) 
เป็นการแสดงภาพจำลองการถ่ายเทของทรัพยากรจากหมู่บ้านหนึ่งไปยังหมู่บ้านหนึ่ง  เช่น  การผลิตข้าว  ส่งข้าว  เป็นต้น
                14)  เมตริกคะแนน  (Matrix Ranking)  เป็นการแสดงตารางวิเคราะห์เปรียบเทียบความสำคัญของพืชผลทางการเกษตรแต่ละประเภทในรูปแบบของการให้คะแนน  เช่น  เป็นอาหาร  เป็นแหล่งรายได้  เป็นต้น
                15)  เมตริกคะแนนแหล่งข้อมูลข่าวสาร  (Matrix Scoring of information Source) 
เป็นตารางวิเคราะห์การเปรียบเทียบความสำคัญของแหล่งข้อมูลข่าวสารที่มีจากทัศนะของคนในชุมชน  ในรูปของการให้ค่าคะแนนจำแนกตามประเภทข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ  และบอกถึงประโยชน์และความสำคัญที่ได้รับจากแหล่งข่าวนั้นๆ
                16)  แผนผังใยแมงมุม  (Spider Diagram)  เป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงาน  และการให้การบริการของหน่วยงานจากโครงสร้างและระบบงานขององค์กร  โดยเปรียบเทียบกับหน่วยงานที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน  เพื่อศึกษาข้อได้เปรียบเสียเปรียบของโครงสร้างระบบงาน  ซึ่งนำไปสู่การวิเคราะห์หาแนวทางปรับปรุงโครงสร้างและระบบให้ดีขึ้น

          สรุป  เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาพึงนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการศึกษา  การเก็บข้อมูลบางวิธีต้องใช้เทคนิค  และเครื่องมือหลายอย่างรวมกัน  เพื่อความเข้าใจในสภาพและความเปลี่ยนแปลงของชุมชนอย่างแท้จริง

                                          

 
 
ศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษา(CARD)   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
โทรศัพท์ 0-4375-4321-40 ต่อ 2060 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4375-4318   ข้อเสนอแนะ :
card@msu.ac.th