>> จุดประสงค์การเรียนรู้
   >> การเตรียมการ
   >> หลักสูตรและเอกสารหลักสูตร
   >> ทฤษฎีและวิธีสอน
   >> วิธีวัดผลประเมินผล และการใช้สื่อ
   >> แนวคิดเทคโนโลยีใหม่ๆ
   >> ตัวอย่างการจัดทำแผนการสอน
   >> แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการจัดทำแผน
         การจัดการเรียนรู้

   >> วิดีโอสรุปเนื้อหา
   >> แบบฝึกหัดท้ายหน่วย
   <<  กลับเมนูหลัก


  ตัวอย่างการจัดทำแผนการสอน

                                                        คำชี้แจง

          แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ครูใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ ประกอบด้วยนวัตกรรมด้านการสอนที่สำคัญ 5 อย่าง คือ



          - แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ           จำนวน    19   แผน
          - ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้และชิ้นงานของนักเรียน                       จำนวน    95   ชิ้น
          - ใบความรู้เนื้อหาสาระของเรื่องที่เรียน                                          จำนวน    19   ชุด
          - แบบทดสอบประจำบทเรียน                                                         จำนวน    19   ชุด
          - วิธีการสอนแบบโครงงาน



1. แผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

                ตามทฤษฎีการเรียนรู้วิธีการเรียน (Learning How to Learn) มี 6 ขั้นตอน คือ
           1.1  ขั้นเกริ่นนำ (Introduction) คือ การนำเข้าสู่บทเรียน
        1.2  ขั้นประสบการณ์ (Experience) คือ การให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ด้วยความเชื่อว่า วิธีการเรียนรู้ ที่ดีที่สุด คือ การให้ผู้เรียนลงมือทำในสิ่งนั้น ในแผนการเรียนรู้แต่ละแผน ได้เสนอแนะแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามเนื้อหาวิชา แล้วบันทึกผลการทำกิจกรรมต่างๆ เป็นชิ้นงาน (Folio) เพื่อเก็บสะสมในแฟ้มผลงานนักเรียน (Portfolio) ใช้ในการประเมินผลระหว่างเรียนและประเมินผล
ปลายภาคเรียน เรียกว่า การประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
           1.3  ขั้นสะท้อนความคิด (Reflection) คือ ให้นักเรียนสร้างความรู้เองจากการทำ
กิจกรรมว่า นักเรียนได้ความรู้อะไรบ้างจากการทำกิจกรรมนั้น โดยจัดทำเป็นชิ้นงาน แล้วรายงานผลหน้าชั้นเรียน
           1.4  ขั้นทฤษฎี (Theory) คือ ให้นักเรียนสรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด หลักการ หรือทฤษฎี
           1.5  ขั้นนำไปใช้ (Action) คือ ให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ ในสถานการณ์จำลองหรือสถานการณ์จริง
            1.6  ขั้นสรุป (Conclusion) คือ ให้นักเรียนสรุปกิจกรรมการเรียนรู้ สรุปบทเรียน และซักถามข้อสงสัยก่อนจบบทเรียนนั้น แล้วประเมินผลการเรียนรู้ร่วมกัน

2. ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้และชิ้นงานของนักเรียน

           แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้มีตัวอย่างชิ้นงานที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ซึ่งสอดคล้องกับการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแผน ครูสามารถใช้เป็นแนวทางให้นักเรียนจัดทำเป็นชิ้นงาน เพื่อสร้างองค์
ความรู้ด้วยตนเอง และเก็บสะสมผลงานในแฟ้มผลงานนักเรียน (Portfolio) เพื่อใช้ประเมินผลการ
เรียนรู้ตามสภาพจริง เป็นคะแนนเก็บภาคปฏิบัติระหว่างเรียน ควบคู่กับการสอบปลายภาคเรียน
อัตราส่วนของคะแนนเก็บภาคปฏิบัติจากแฟ้มผลงานนักเรียน (Portfolio) กับคะแนนสอบ ให้ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของครูผู้สอน เช่น 70 : 30 หรือ 80 : 20 เป็นต้น
            จะเห็นว่า การสอนแบบ Child Centered และการประเมินผลด้วย Portfolio เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน Child Centered เป็นกระบวนการเรียนรู้ (Process) ส่วน Portfolio เป็นผลผลิตที่เกิดจากการเรียนรู้ของนักเรียน (Product) ถ้าครูเปลี่ยนวิธีการสอนเป็นแบบ Child Centered ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการประเมินผลเป็นแบบ Portfolio Assessment ให้สอดคล้องกันด้วย ไม่ควรใช้แบบทดสอบเพียงอย่างเดียวเพราะแบบทดสอบมุ่งวัดพุทธิพิสัยว่า นักเรียนจำอะไรได้บ้าง ส่วน Portfolio มุ่งวัดทักษะพิสัยว่า นักเรียนทำอะไรได้บ้าง เมื่อครูสอนแบบ Child Centered ก็จะเกิดชิ้นงานของนักเรียน (Folio) โดยอัตโนมัติ ดังนั้น Portfolio จึงไม่ใช่สิ่งแปลกแยกจากการสอนแบบ Child Centered แต่อย่างใด

3. ใบความรู้เนื้อหาสาระของเรื่องที่เรียน

           ใบความรู้ซึ่งเป็นเอกสารเนื้อหาสาระการเรียนรู้ ตามเนื้อหาของแต่ละบทเรียน ให้นักเรียนใช้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ควบคู่กับการจัดทำชิ้นงานตามแผนการเรียนรู้แต่ละแผน


4. แบบทดสอบประจำบทเรียน

             แบบทดสอบประจำบทเรียนแต่ละบท หรือแบบทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู้ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจด้านพุทธิพิสัยของผู้เรียนในแต่ละบทเรียน ใช้ประเมินผลการเรียนรู้ควบคู่กับ การสร้างชิ้นงานของนักเรียน ซึ่งเป็นการประเมินผลด้านทักษะพิสัยและจิตพิสัย ทำให้การประเมินผลเป็นไปตามสภาพจริง และตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร

 

5. วิธีการสอนแบบโครงงาน

             เนื่องจากหลักสูตรได้กำหนดให้นักเรียนต้องทำโครงงาน ในเรื่องที่ตนเองสนใจ อย่างน้อย ปีการศึกษาละ 1 โครงงาน เพื่อให้ครูมีแนวทางในการสอนแบบโครงงาน (Project Work) จึงนำเสนอวิธีการสอนแบบโครงงาน พร้อมทั้งตัวอย่างกิจกรรมโครงงานแบบง่ายๆ ที่เหมาะสมกับวัยและระดับชั้น ของนักเรียน เพื่อให้ครูใช้เป็นแนวทางการสอนระยะเริ่มต้น เมื่อครูเข้าใจหลักการและวิธีการสอนแบบโครงงานแล้ว ก็สามารถออกแบบกิจกรรมโครงงาน เพื่อพัฒนานักเรียนในโอกาสต่อไป

 
 
 
ศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษา(CARD)   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
โทรศัพท์ 0-4375-4321-40 ต่อ 2060 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4375-4318   ข้อเสนอแนะ :
card@msu.ac.th