>> จุดประสงค์การเรียน
   >> หลักการเลือกสื่อการสอน
   >> การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์
   >> องค์ประกอบที่ใช้พิจารณาสื่อการสอน
   >> หลักเกณฑ์ที่ใช้เลือกสื่อการสอน
   >> การวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อการผลิตสื่อการสอน
   >> การวิเคราะห์เนื้อหา
   >> แผนผังแนวคิด
   >> โครงสร้างเนื้อหา
   >> หลักในการใช้สื่อ
   >> ประโยชน์ของสื่อ
   >> วิดีโอสรุปเนื้อหา
   >> แบบฝึกหัดท้ายหน่วย
   >> เอกสารอ้างอิง  
   <<  กลับเมนูหลัก


  องค์ประกอบที่ใช้พิจารณาสื่อการสอน

          ในการเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์การเรียนการสอนนั้นจะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาองค์ประกอบของสื่อที่สำคัญ  3  ประการคือ
          1.  ลักษณะของสื่อ  เน้นการพิจารณาสื่อในด้านที่เกี่ยวกับการมีคุณสมบัติเคลื่อนไหวได้  เป็นภาพนิ่ง  มีเสียง  มีสี  เป็นต้น
          2.  วิธีนำเสนอสื่อ  เช่น  ภาพนิ่งใช้กับกระดานป้ายนิเทศ  หรือทำเป็นสไตล์เพื่อใช้กับเครื่องฉายสไลด์ก็ได้
          3.  วิธีใช้สื่อให้มีประสิทธิภาพ  เช่น  เทคนิคการเสนอสื่อ  การเร้าความสนใจ  การจัดกิจกรรมประกอบ  และการเตรียมการ  เป็นต้น

          ลักษณะสำคัญ  3  ประการดังกล่าว  สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อเลือกใช้สื่อให้เหมาะสม  โดยใช้หลักการต่อไปนี้
              1.  การพิจารณาความหมายของสื่อประเภทต่าง ๆ ได้ถูกต้อง
              2.  การพิจารณาคุณสมบัติและบทบาทของสื่อ
              3.  การพิจารณาการจัดประเภทของสื่อการสอน
          1.  การพิจารณาความหมายของสื่อประเภทต่าง ๆ ได้ถูกต้อง เป็นการสร้างความเข้าใจที่เกี่ยวกับความหมายสื่อและการเปลี่ยนแปลงศัพท์วิชาการที่ใช้  ตัวอย่างเช่น

คำศัพท์ทางวิชาการ
ความหมาย
วัสดุ  (Material) สื่อที่จัดทำให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
  ภาพประกอบในหนังสือ  สไลด์ 
แผ่นโปร่งใสหรือกระดานป้ายนิเทศ
เครื่องมือ  (Equipment) ้สื่อการสอนประเภทที่ใช้อุปกรณ์กลไก
ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุที่
บันทึกสิ่งเร้าหรือเนื้อหาเอาไว

            วัสดุนั้นตัวของมันเองจะจัดอยู่ในแบบต่าง ๆ หลายชนิด  เช่น  ภาพนิ่งเป็นสื่อประเภทวัสดุ  เครื่องฉายที่แสดงภาพนิ่งหรือกระดานป้ายนิเทศนั้นเป็นสื่อประเภทเครื่องมือ  ทั้งวัสดุและเครื่องมือรวมกันเรียกว่า  “สื่อ”  ซึ่งจะต้องมีบูรณาการด้านการใช้  คือ  ถ้าภาพนั้นไม่มีเครื่องฉายก็จะทำให้ใช้ได้ในขอบเขตที่จำกัด  และในขณะเดียวกันถ้าเครื่องฉายไม่มีภาพก็ไม่อาจสื่อได้อย่างมีความหมาย

          2.  การพิจารณาคุณสมบัติและบทบาทของสื่อ  ในการพิจารณาคุณสมบัติของสื่อ  จะทำให้ทราบว่า  จะใช้สื่อนั้นเพื่ออะไร  และวิธีใช้สื่อต่าง ๆ นั้นจะช่วยในการพิจารณาเลือกใช้สื่อได้อีกประการหนึ่ง
             การพิจารณาคุณสมบัติและบทบาทของสื่อจะพิจารณาในด้านต่าง ๆ ดังนี้
                         2.1  คุณสมบัติของสื่อในด้านการจับยึดประสบการณ  มีลักษณะการจับยึดประสบการณ์ต่าง ๆ  โดยบันทึกไว้ในสื่อแบบใดแบบหนึ่ง  เช่น  แถบบันทึกเสียง  ฟิล์มถ่ายรูป  ฟิล์มถ่ายภาพยนตร์  และวีดิทัศน์  มีประโยชน์สำหรับการนำมาใช้ใหม่หรือการปรับปรุง  หรือการผลิตขึ้นใหม่ได้ทุกโอกาส  เช่น  ในห้องปฏิบัติการทางภาษา  บันทึกเสียงไว้ด้วยเครื่องบันทึกเสียงซึ่งสามารถนำมาใช้ในภายหลังได้  หรือนำมาปรับปรุงแก้ไขบันทึกใหม่ก็ได้  หรือจะใช้วีดิทัศน์การอภิปรายกลุ่มย่อยของนักเรียน  เมื่อบันทึกแล้วก็จะเป็นประโยชน์ในการนำมาใช้ในโอกาสต่อไป  อาจจะใช้เพื่อการตรวจแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ของนักเรียน  เช่น  การพูด  การแสดง  การทำงาน  เพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

                   2.2  คุณสมบัติการจัดและการปรุงแต่งให้มีประโยชน์กว้างขวาง  คุณสมบัติด้านนี้  สามารถเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงลักษณะรูปแบบของวัตถุสิ่งของ  บุคคลและเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น  ประหยัดเวลาขึ้น  และใช้ได้ตรงกับวัตถุประสงค์การสอนโดยอาศัยเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ช่วยให้เห็นภาพที่เป็นกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งตามปกติจะต้องใช้เวลานานอาจจะเป็นเวลา  1  วัน  หรือ  1  สัปดาห์หรือ  1  เดือน  แต่สามารถใช้เทคนิคการถ่ายทำให้เห็นกระบวนการอย่างต่อเนื่องได้ภายในเวลา  5  นาที  หรือทำสิ่งของที่กำลังเคลื่อนไหวตามปกติให้ช้าลง  เพื่อการศึกษาและสังเกตการณ์บางตอนให้เข้าใจง่ายขึ้น  ทำของเล็ก ๆ หรือสิ่งที่ตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็น  ขยายให้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้นด้วยการถ่ายจากกล้องจุลทรรศน์  สิ่งที่มีความซับซ้อนมาก ๆ ก็สามารถทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น  โดยการถ่ายทำให้เห็นส่วนสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์  อาจจะตัดต่อผสมผสานกันทำให้ได้เรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน  เข้าใจได้ง่ายและประหยัดเวลามากขึ้น
                         2.3  คุณสมบัติด้านการขยายการแจกจ่าย  สื่อที่ผลิตได้เป็นจำนวนมาก  ใช้ได้หลายครั้งในสถานที่ที่แตกต่างกัน  เข้าถึงบุคคลได้จำนวนมาก  ทำให้สามารถแก้ปัญหาการเรียนการสอนได้หลายประการ  เช่น  โทรทัศน์เพื่อการศึกษาใช้สอนได้ทั้งเป็นรายบุคคล  สอนเป็นกลุ่มและใช้เรียนได้หลาย ๆ ชั้นเรียนในเวลาเดียวกัน  หรือใช้กับโปรแกรมการศึกษานอกโรงเรียนก็ได้

          3. 
การพิจารณาจัดประเภทของสื่อการสอน  ประเภทของสื่อต่าง สามารถแบ่งตามลักษณะทางกายภาพได้  6  ประเภท  คือ
                   3.1  รูปภาพ  เป็นการบันทึกภาพวัสดุสิ่งของและเหตุการณ์ในลักษณะเป็นภาพนิ่งที่ไม่มีการเคลื่อนไหว  เช่น  ภาพประกอบหนังสือ  ภาพที่ใช้ประกอบในป้ายนิเทศ  สไลด์  แผ่นใส  รูปภาพ  เป็นต้น
                   3.2  วัสดุอุปกรณ์ประเภทเสียง  ได้แก่  สัญญาณหรือคลื่นเสียงที่ถูกบันทึกในแถบบันทึกเสียง  แผ่นเสียง  หรือระบบเสียงในฟิล์มภาพยนตร์  วัสดุประเภทนี้มีลักษณะเป็นนามธรรมมาก  เครื่องเสียงใช้สำหรับการเรียนรู้เป็นรายบุคคล  หรือการสอนเป็นกลุ่มหรือใช้กับวิทยุกระจายเสียงหรือระบบกระจายเสียงภายในก็ได้

                         3.3  ภาพยนตร์  เป็นสื่อที่แสดงลักษณะการเคลื่อนไหวอาจเป็นภาพสีหรือขาว-ดำ  ผลิตขึ้นจากการแสดงสดหรือใช้เทคนิคงานกราฟิก  อาจมีการตัดต่อเพื่อดำเนินเรื่องให้กระชับและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน  โดยอาจจะมีเสียงหรือข้อความประกอบด้วยก็ได้
สื่อประเภทภาพยนตร์นี้ในปัจจุบันได้รับการพัฒนา  โดยใช้เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลเพื่อบันทึกในซีดี  (CD-ROMs)  ในรูปของ  Digital  Video  Disk  (DVD) 
                   3.4  โทรทัศน  ภาพและเสียงจะปรากฏบนจอภาพของเครื่องรับโทรทัศน์โดยรับคลื่นสัญญาณที่ถ่ายทอดจากสถานีส่ง  ที่ส่งผ่านสัญญาณภาพและเสียงไปยังเครื่องรับโทรทัศน์  คลื่นสัญญาณที่ถ่ายทอดมีกำลังครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ได้ทั่วถึง  สื่อโทรทัศน์ยังอาจแบ่งเป็น  3  ประเภทตามลักษณะการแพร่กระจายสัญญาณ  เช่น  การส่งสัญญาณแบบวงจรปิด  การส่งสัญญาณออกอากาศ  และการส่งผ่านสัญญาณดาวเทียม

                  3.5  ของจริง  สถานการณ์จำลอง  และหุ่นจำลอง  สื่อประเภทนี้ได้แก่  บุคคล  เหตุการณ์  วัสดุสิ่งของ  และการสาธิต
                         ของจริง  มีลักษณะที่แตกต่างจากสื่อชนิดอื่น ๆ ตรงที่เป็นจริงในตัวของมันเอง  เช่น  โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์  สัตว์ในส่วนสัตว์หรือในป่า  เป็นต้น  การใช้สื่อของจริงจะต้องอาศัยวิธีจัดทัศนศึกษานอกสถานที่  ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาของจริงมาแสดงในชั้นเรียน  ในชุมชนมีสื่อของจริง  ทั้งที่เป็นสิ่งของและวัตถุมากมาย  นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่สามารถเป็นผู้ให้ความรู้ได้เป็นอย่างดี
                         สถานการณ์จำลอง  (Simulation)  ได้แก่  การสร้างเหตุการณ์เลียนแบบเหตุการณ์จริง  โดยจัดสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้มีสภาพเหมือนจริงตามธรรมชาติมากที่สุด  เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง  เช่น  การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประเภทสถานการณ์จำลองของการขับรถยนต์ตามสภาพแวดล้อมที่กำหนดบนท้องถนนนักเรียนสามารถควบคุมอัตราความเร็วและทิศทางการแล่นของรถยนต์ถึงแม้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุ  ผู้เรียนก็จะปลอดภัยมากกว่าการเรียนรู้โดยสถานการณ์จริง
                         เกมการศึกษา  (Instructional Game)  ได้แก่  เกมที่สร้างสถานการณ์จำลองของสภาพวะเศรษฐกิจหรือสภาพทางภูมิศาสตร์  มีสื่อหลายชนิดที่นำมาใช้ได้กับสภาพการณ์จำลอง  เช่น  ภาพยนตร์  เกมการศึกษาที่ดี  จะต้องมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบมีองค์ประกอบของเรื่องครบ  เช่น  เกมเรื่องตลาดหุ้น  ก็จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ แม้กระทั่งธนบัตรจำลองหรือเช็คจำลองที่ใช้ซื้อขายหุ้นได้
                         หุ่นจำลอง (Model)  เป็นของที่ผลิตขึ้นโดยเลียนแบบของจริงมากที่สุดทั้งขนาด  รูปร่าง  มาตราส่วนต่าง ๆ ของจำลองบางชนิดอาจจะตกแต่งให้ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการใช้ของจริง  เช่น  ถอดชิ้นส่วนได้  หรือประกอบชิ้นส่วนได้
                         ของล้อแบบ  (Mock-up)  เป็นการเลียนแบบของจริงอีกลักษณะหนึ่ง  ที่สร้างขึ้นเฉพาะส่วนที่สำคัญของของจริง  ส่วนที่ไม่สำคัญจะได้รับการคัดแยกหรือตัดออกไป

                   3.6  บทเรียนโปรแกรมและคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  (Programmed Instruction and Computer-Assisted Instruction)  เป็นสื่อที่เน้นพัฒนาทักษะการสื่อความหมายของผู้เรียน  เพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้  ตามแนวคิดด้านทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพฤติกรรมนิยม  ที่เน้นความสัมพันธ์ของสิ่งเร้ากับการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพ  ผู้เรียนสามารถตรวจสอบและประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
 
 
 
ศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษา(CARD)   มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
โทรศัพท์ 0-4375-4321-40 ต่อ 2060 โทรศัพท์/โทรสาร 0-4375-4318   ข้อเสนอแนะ :
card@msu.ac.th